<?xml version="1.0" encoding="windows-874"?>
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
	<channel>
		<title><![CDATA[วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ศรีราชา - หัวข้อทั้งหมด]]></title>
		<link>http://www.cpe43src.com/</link>
		<description><![CDATA[วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ศรีราชา - http://www.cpe43src.com]]></description>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 15:48:22 +0700</pubDate>
		<generator>MyBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[d80 กะ a350]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=318</link>
			<pubDate>Tue, 30 Dec 2008 21:14:43 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=318</guid>
			<description><![CDATA[มีใครใช้ d80 หรือ a350 เป็นยังไงบ้าง<br />
<br />
พอดีว่าแฟนเราอยากจะถ่ายรูปขึ้นมา จะให้ซื้อกล้องสองตัวคงไม่ไหว(ไม่มีตัง) <br />
<br />
ก็เลยอยากได้ comment ว่าเป็นไงบ้านจะได้ประมาณการณ์ทรัพย์สิน <br />
<br />
เพื่อจะเปลี่ยน<br />
<br />
คุงฮะ ^^]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[มีใครใช้ d80 หรือ a350 เป็นยังไงบ้าง<br />
<br />
พอดีว่าแฟนเราอยากจะถ่ายรูปขึ้นมา จะให้ซื้อกล้องสองตัวคงไม่ไหว(ไม่มีตัง) <br />
<br />
ก็เลยอยากได้ comment ว่าเป็นไงบ้านจะได้ประมาณการณ์ทรัพย์สิน <br />
<br />
เพื่อจะเปลี่ยน<br />
<br />
คุงฮะ ^^]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[คำนวนภาษีเผื่อใครตามหาอยู่แบบผม]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=317</link>
			<pubDate>Sat, 27 Dec 2008 14:09:51 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=317</guid>
			<description><![CDATA[http://www.ktam.co.th/th/vat.php]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[http://www.ktam.co.th/th/vat.php]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เลนส์ตัวไหนกล้องตัวไหนได้ภาพยังไงลองเข้าไปดู]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=316</link>
			<pubDate>Wed, 24 Dec 2008 15:37:46 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=316</guid>
			<description><![CDATA[http://www.pixel-peeper.com/adv/?lens=16...sres=3sp=6]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[http://www.pixel-peeper.com/adv/?lens=16...sres=3sp=6]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[บทที่ 4 Lean to Basic Photograper ....]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=315</link>
			<pubDate>Wed, 24 Dec 2008 15:26:25 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=315</guid>
			<description><![CDATA[.... เคยเซ็งกันบ้างไหม เวลา เราพิมพ์ตอบอะไรไปเยอะแล้ว แล้วแม่ง มือดันไปโดนปุ่ม ย้อนกลับ ใน แป้นพิมพ์ notebook ..... สาดดดด พิมมาตั้งเยอะ เพื่อให้พวกมึงอ่านแม่งดัน หายหมดเลย <br />
<br />
รวมรัดตัดตอนเลยนะ .... เซ็ง โคตร<br />
<br />
ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องนี้อยู่ ที่กูหายหัวไปนาน<br />
<br />
แต่ก็กลับมาแล้ว มาเพื่อ ช่วยเหลือ อยากให้เพื่อนได้ถ่ายรูปออกมาดี<br />
<br />
บทนี้ สิ่งที่จำเป็นและสำคัญในการเรียนรู้คือ ... ตัวความยึดมั่นถือมั่น ของตัวเราเองออกไป double standard ของตัวเองออกไป ... ใครทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเรียนต้องอ่าน ... ไม่ได้ ขอร้องเล้ยยยย<br />
<br />
เอาหล่ะ  ... จริงอยู่ที่ว่า ... กูถ่ายรูปออกมา ไม่ผิด กูอยากถ่าย จะถ่ายแล้วทำไม ตำรวจไม่จับสักหน่อย .... แต่ก็นั้นมันเรื่องของคุณ<br />
<br />
แต่เรื่องนี้จะช่วยเสริมให้รูปมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น<br />
ขอนำบทความนี้มาแปล ตาม สไตล์กูเลยแล้วกันนะ<br />
จากลิ้งนี้<br />
<br />
# Simplicity ความเรียบง่าย<br />
# The Rule of Thirds กฎ 3 ส่วน ขอแทรก กฎจุดตัด 9 ช่องมาด้วย<br />
# Lines เส้นสาย<br />
# Balance สมดุล สมมาตร<br />
# Framing การสร้าง frame<br />
# Avoiding Mergers หลีกเลี่่ยงสิ่งกวนตา<br />
# Discussion การพิจารณา<br />
<br />
<br />
เริ่มก่อนเลยที่ความเรียบง่าย <br />
<br />
[attachment=981]<br />
<br />
จากรูปข้างบน สังเกตุ ในภาพมีอะไร <br />
 เด็กชาย?<br />
 เด็กหญิง?<br />
 ไก่ย่าง?<br />
<br />
บางสิ่งบางอย่างเข้ามาในรูปเรา มากเกินไปไหม แต่มันก็ต้องดูความสอดคลอ้งกันด้วย <br />
การทำให้ภาพดูเรียบง่าย มันไม่มอะไรตายตัว แต่สำหรับ รูปข้างบนนี้ จะทำให้เรียบง่าย <br />
ก็ควรที่จะตัดบางสิ่งบางอย่างออกไป <br />
ก็จะได้ ความเรียบง่ายมากขึ้น<br />
<br />
[attachment=982]<br />
<br />
การสร้างภาพให้ clear มี object น้อยชิ้น มามุมมองที่น่าสนใจ และ เก็บสิ่งๆนั้นมา <br />
ในความคิดของกู การทำให้ง่ายคือ การทำให้เข้าใจง่ายๆ ว่าสิ่งที่เราจะสื่อคืออะไร <br />
<br />
[attachment=983]<br />
<br />
[attachment=984]<br />
<br />
[attachment=985]<br />
<br />
[attachment=986]<br />
<br />
[attachment=987]<br />
<br />
ประมาณนี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[.... เคยเซ็งกันบ้างไหม เวลา เราพิมพ์ตอบอะไรไปเยอะแล้ว แล้วแม่ง มือดันไปโดนปุ่ม ย้อนกลับ ใน แป้นพิมพ์ notebook ..... สาดดดด พิมมาตั้งเยอะ เพื่อให้พวกมึงอ่านแม่งดัน หายหมดเลย <br />
<br />
รวมรัดตัดตอนเลยนะ .... เซ็ง โคตร<br />
<br />
ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องนี้อยู่ ที่กูหายหัวไปนาน<br />
<br />
แต่ก็กลับมาแล้ว มาเพื่อ ช่วยเหลือ อยากให้เพื่อนได้ถ่ายรูปออกมาดี<br />
<br />
บทนี้ สิ่งที่จำเป็นและสำคัญในการเรียนรู้คือ ... ตัวความยึดมั่นถือมั่น ของตัวเราเองออกไป double standard ของตัวเองออกไป ... ใครทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเรียนต้องอ่าน ... ไม่ได้ ขอร้องเล้ยยยย<br />
<br />
เอาหล่ะ  ... จริงอยู่ที่ว่า ... กูถ่ายรูปออกมา ไม่ผิด กูอยากถ่าย จะถ่ายแล้วทำไม ตำรวจไม่จับสักหน่อย .... แต่ก็นั้นมันเรื่องของคุณ<br />
<br />
แต่เรื่องนี้จะช่วยเสริมให้รูปมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น<br />
ขอนำบทความนี้มาแปล ตาม สไตล์กูเลยแล้วกันนะ<br />
จากลิ้งนี้<br />
<br />
# Simplicity ความเรียบง่าย<br />
# The Rule of Thirds กฎ 3 ส่วน ขอแทรก กฎจุดตัด 9 ช่องมาด้วย<br />
# Lines เส้นสาย<br />
# Balance สมดุล สมมาตร<br />
# Framing การสร้าง frame<br />
# Avoiding Mergers หลีกเลี่่ยงสิ่งกวนตา<br />
# Discussion การพิจารณา<br />
<br />
<br />
เริ่มก่อนเลยที่ความเรียบง่าย <br />
<br />
[attachment=981]<br />
<br />
จากรูปข้างบน สังเกตุ ในภาพมีอะไร <br />
 เด็กชาย?<br />
 เด็กหญิง?<br />
 ไก่ย่าง?<br />
<br />
บางสิ่งบางอย่างเข้ามาในรูปเรา มากเกินไปไหม แต่มันก็ต้องดูความสอดคลอ้งกันด้วย <br />
การทำให้ภาพดูเรียบง่าย มันไม่มอะไรตายตัว แต่สำหรับ รูปข้างบนนี้ จะทำให้เรียบง่าย <br />
ก็ควรที่จะตัดบางสิ่งบางอย่างออกไป <br />
ก็จะได้ ความเรียบง่ายมากขึ้น<br />
<br />
[attachment=982]<br />
<br />
การสร้างภาพให้ clear มี object น้อยชิ้น มามุมมองที่น่าสนใจ และ เก็บสิ่งๆนั้นมา <br />
ในความคิดของกู การทำให้ง่ายคือ การทำให้เข้าใจง่ายๆ ว่าสิ่งที่เราจะสื่อคืออะไร <br />
<br />
[attachment=983]<br />
<br />
[attachment=984]<br />
<br />
[attachment=985]<br />
<br />
[attachment=986]<br />
<br />
[attachment=987]<br />
<br />
ประมาณนี้]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[อ่างขาง trip]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=314</link>
			<pubDate>Fri, 19 Dec 2008 10:11:21 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=314</guid>
			<description><![CDATA[จากที่ได้ไปเที่ยวอ่างขางมา ของแนะนำตัวละครในท้องเรื่องก่อนเลย <br />
<br />
โฮ่ง ... เขา คือผู้หักเหชีวิตมาเมืองเหนือ หวังจะยึดครองอำนาจแห่งเมืองเหนือ 555+<br />
[attachment=918]<br />
<br />
นก( กระจอกเทศ ) ... ผู้ประกาศศักดา ข้าสูงเหนือยอดเสาธง<br />
[attachment=919]<br />
<br />
หล่อระยอง ... หล่อ เซ่อ ... แต่กูเกลียด หมวกมันมากเลย <br />
[attachment=920]<br />
<br />
เชื้อโรค ... ตองใช้กล้องจุลทรรศถ่ายมันนะเนี้ย<br />
[attachment=921]<br />
<br />
ต่าย ... ศรีภรรยาที่มีสามีเหมือนมีลูก ... เหนื่อยใจแทน 555+<br />
[attachment=922]<br />
<br />
บอม ... ผู้เผางานยังไม่เสร็จแต่ก็มาเที่ยวได้ พร้อมกลับไปเผางานต่อ<br />
[attachment=923]<br />
<br />
?!?! .... นี้ใครไม่รู้ มาได้ไงเนี้ย ใครหว่ะ ... ?!?!<br />
[attachment=924]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[จากที่ได้ไปเที่ยวอ่างขางมา ของแนะนำตัวละครในท้องเรื่องก่อนเลย <br />
<br />
โฮ่ง ... เขา คือผู้หักเหชีวิตมาเมืองเหนือ หวังจะยึดครองอำนาจแห่งเมืองเหนือ 555+<br />
[attachment=918]<br />
<br />
นก( กระจอกเทศ ) ... ผู้ประกาศศักดา ข้าสูงเหนือยอดเสาธง<br />
[attachment=919]<br />
<br />
หล่อระยอง ... หล่อ เซ่อ ... แต่กูเกลียด หมวกมันมากเลย <br />
[attachment=920]<br />
<br />
เชื้อโรค ... ตองใช้กล้องจุลทรรศถ่ายมันนะเนี้ย<br />
[attachment=921]<br />
<br />
ต่าย ... ศรีภรรยาที่มีสามีเหมือนมีลูก ... เหนื่อยใจแทน 555+<br />
[attachment=922]<br />
<br />
บอม ... ผู้เผางานยังไม่เสร็จแต่ก็มาเที่ยวได้ พร้อมกลับไปเผางานต่อ<br />
[attachment=923]<br />
<br />
?!?! .... นี้ใครไม่รู้ มาได้ไงเนี้ย ใครหว่ะ ... ?!?!<br />
[attachment=924]]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[งานประชุมวิชาการ การขนส่งแห่งชาติ ครั้งที่ 5]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=313</link>
			<pubDate>Tue, 16 Dec 2008 14:56:17 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=313</guid>
			<description><![CDATA[งานประชุมวิชาการ การขนส่งแห่งชาติ ครั้งที่ 5<br />
ระบบการขนส่งและกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน(Transport Systems and Sustainable Development Strategies)<br />
<br />
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2551 ณ โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ<br />
http://www.kmutt.ac.th/ntc5<br />
<br />
กลุ่มหัวข้อในการประชุม:<br />
1. Transport Planning (TP)<br />
2. Public Transport (PT)<br />
3. Logistics System (LS)<br />
4. Transport Economic (TE)<br />
5. Traffic Management (TM<br />
6. Highway Materials (HM)<br />
7. Transport Safety (TS)<br />
<br />
อัตราค่าลงทะเบียน:<br />
นิสิต/นักศึกษา 500 บาท สมาชิกวสท. 800 บาท  ข้าราชการ 800 บาท และบุคคลทั่วไป 1,000 บาท <br />
<br />
สถานที่จัดประชุม:<br />
โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ<br />
Rama Gardens Hotel Bangkok <br />
http://www.ramagardenshotel.com<br />
<br />
ติดต่อสอบถามได้ที่:<br />
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง มจธ<br />
http://www.cec.kmutt.ac.th<br />
E-mail address: ntc5@kmutt.ac.th<br />
โทรศัพท์: 02 470 8271 โทรสาร: 02 427 9633<br />
http://www.kmutt.ac.th/ntc5]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[งานประชุมวิชาการ การขนส่งแห่งชาติ ครั้งที่ 5<br />
ระบบการขนส่งและกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน(Transport Systems and Sustainable Development Strategies)<br />
<br />
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2551 ณ โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ<br />
http://www.kmutt.ac.th/ntc5<br />
<br />
กลุ่มหัวข้อในการประชุม:<br />
1. Transport Planning (TP)<br />
2. Public Transport (PT)<br />
3. Logistics System (LS)<br />
4. Transport Economic (TE)<br />
5. Traffic Management (TM<br />
6. Highway Materials (HM)<br />
7. Transport Safety (TS)<br />
<br />
อัตราค่าลงทะเบียน:<br />
นิสิต/นักศึกษา 500 บาท สมาชิกวสท. 800 บาท  ข้าราชการ 800 บาท และบุคคลทั่วไป 1,000 บาท <br />
<br />
สถานที่จัดประชุม:<br />
โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ<br />
Rama Gardens Hotel Bangkok <br />
http://www.ramagardenshotel.com<br />
<br />
ติดต่อสอบถามได้ที่:<br />
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง มจธ<br />
http://www.cec.kmutt.ac.th<br />
E-mail address: ntc5@kmutt.ac.th<br />
โทรศัพท์: 02 470 8271 โทรสาร: 02 427 9633<br />
http://www.kmutt.ac.th/ntc5]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปรมาจารย์ช่วยวิเคราะห์ canon 24-105 F4L ให้หน่อยดิ]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=312</link>
			<pubDate>Thu, 11 Dec 2008 16:08:29 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=312</guid>
			<description><![CDATA[เห็นว่ากันว่าตัวเดียวเที่ยวรอบโลกนี้จิงม่ะ<br />
ถอยพร้อม 10-22 อีกสักตัวดีป่าววะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[เห็นว่ากันว่าตัวเดียวเที่ยวรอบโลกนี้จิงม่ะ<br />
ถอยพร้อม 10-22 อีกสักตัวดีป่าววะ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[หาคนช่วยแก้ไวรัสหน่อย]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=311</link>
			<pubDate>Thu, 04 Dec 2008 11:42:27 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=311</guid>
			<description><![CDATA[ตัวที่มากับ Thumb drive ยอดฮิต<br />
<br />
จะเจน Recycler กับ autorun.inf<br />
<br />
ยังหาโปรแกรมแก้ไม่ได้เลย<br />
<br />
[autorun]<br />
open=RECYCLER\S-1-6-21-1254946310-2159485961-600003330-2501\shellopen.exe<br />
icon=%SystemRoot%\system32\SHELL32.dll,4<br />
action=Open folder to view files<br />
shell\open=Open<br />
shell\open\command=RECYCLER\S-1-6-21-1254946310-2159485961-600003330-2501\shellopen.exe<br />
shell\open\default=1<br />
<br />
เป็นแบบ shellopen.exe อ่ะ หาตัวแก้ไม่ได้ ใครพอมีตัวเด็ดๆ มั่ง<br />
<br />
ตอนนี้ ฟอแมตแฟรชไดร์ไปแล้ว พอมาเสียบก็ติดใหม่อีก ก็เดาได้ว่าอยู่ในเครื่อง แต่ก็ยังหาไม่เจอ<br />
<br />
ที่ทำงานใช้ symantec น่ะ หาไม่เจอ มีตัวดักเจ๋งๆ มั๊ย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ตัวที่มากับ Thumb drive ยอดฮิต<br />
<br />
จะเจน Recycler กับ autorun.inf<br />
<br />
ยังหาโปรแกรมแก้ไม่ได้เลย<br />
<br />
[autorun]<br />
open=RECYCLER\S-1-6-21-1254946310-2159485961-600003330-2501\shellopen.exe<br />
icon=%SystemRoot%\system32\SHELL32.dll,4<br />
action=Open folder to view files<br />
shell\open=Open<br />
shell\open\command=RECYCLER\S-1-6-21-1254946310-2159485961-600003330-2501\shellopen.exe<br />
shell\open\default=1<br />
<br />
เป็นแบบ shellopen.exe อ่ะ หาตัวแก้ไม่ได้ ใครพอมีตัวเด็ดๆ มั่ง<br />
<br />
ตอนนี้ ฟอแมตแฟรชไดร์ไปแล้ว พอมาเสียบก็ติดใหม่อีก ก็เดาได้ว่าอยู่ในเครื่อง แต่ก็ยังหาไม่เจอ<br />
<br />
ที่ทำงานใช้ symantec น่ะ หาไม่เจอ มีตัวดักเจ๋งๆ มั๊ย]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[โฉม google phone G1 บน android]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=310</link>
			<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 13:24:57 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=310</guid>
			<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[คืนสู่เหย้า CPE SRC 29-30 พฤจิ 51]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=309</link>
			<pubDate>Sun, 02 Nov 2008 00:10:11 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=309</guid>
			<description><![CDATA[ลงชื่อค๊าบ ลงชื่อ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ลงชื่อค๊าบ ลงชื่อ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เว็บยิทเปิดใหม่ สมัครได้ครับ 18+]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=308</link>
			<pubDate>Fri, 31 Oct 2008 19:11:17 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=308</guid>
			<description><![CDATA[เชิญสมัครได้ครับ <br />
<br />
http://unmove.com  ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[เชิญสมัครได้ครับ <br />
<br />
http://unmove.com  ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ทางเลือกการลงทุน ในยุคเงินเฟ้อสูง]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=306</link>
			<pubDate>Tue, 28 Oct 2008 13:41:39 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=306</guid>
			<description><![CDATA[ที่มา http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topi...17356.html<br />
<br />
ในช่วงนี้เงินเฟ้อวิ่งเป็นจรวดสำรวจดาวอังคารเลยครับ ทำให้หลายคนเริ่มมองหาการออมและการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินแต่เพียงอย่ างเดียว เพราะว่าดอกเบี้ยที่ได้นั้นแพ้เงินเฟ้อแบบไม่เห็นฝุ่นเลยครับ<br />
ณ วันที่เขียน เงินเฟ้อครึ่งปีอยู่ที่6.5% แต่ว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่0.75% ต่างกันประมาณ9เท่า!!!<br />
หากสงสัยว่าเงินเฟ้อคืออะไร ทำให้เงินของเราด้อยค่าได้อย่างไร จำที่ผู้หลักผู้ใหญ่พูดได้ไหมครับ<br />
เมื่อก่อนนะ ก๋วยเตี๋ยวชามละสลึง ชามละบาท(ขึ้นอยู่กับอายุผู้พูดอิอิ) เดี๋ยวนี้ชามละ30เข้าไปแล้ว<br />
นั่นละครับเงินเฟ้อ คือการที่ข้าวของราคาแพงขึ้น ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้นน้อยกว่าของที่แพงขึ้น<br />
ทำให้เราซื้อของได้น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นครับ<br />
<br />
เมื่อเงินเฟ้อสูง คนเราก็ย่อมหาทางป้องกันการเสื่อมค่าของเงินในกระเป๋า ดังนั้นการลงทุนอื่นๆจึงเป็นที่สนใจขึ้นมาในเวลานี้ ทว่า ในปัจจุบันเป็นเวลาที่อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดต้องบอกว่า ถ้าไม่อยู่กับที่ก็รอวันขึ้นเท่านั้น การจะลดดอกเบี้ยลงไปมีโอกาสเกิดน้อยมาก เพราะตอนนี้ปัญหาเงินเฟ้อสำคัญกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ<br />
(การลดดอกเบี้ย จะทำให้เกิดเงินเฟ้อครับ) ดังนั้นหากเราเอาเงินไปวางไว้ผิดที่ ผลตอบแทนที่เราได้ก็อาจจะไม่เต็มที่เท่าที่ควร วันนี้ผมเลยจะขอสรุปการออมและการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เอามาอธิบายแบบง่ายๆดูครับ เผื่อใครสนใจนำไปปรับใช้กับพอร์ทของตวเองได้<br />
<br />
ถ้ามีส่วนไหนที่ผิดพลาด หรือสรุปสั้นห้วนไป ขอผู้รู้ช่วยแนะนำเพิ่มด้วยนะครับ<br />
<br />
1.บัญชีออมทรัพย์<br />
ลักษณะทั่วไป เรามาเริ่มกันที่การออมที่ทุกคนคุ้นเคยกันนะครับ การฝากบัญชีออมทรัพย์นั้น เป็นการออมเงินของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย มีสภาพคล่องสูงมาก คือสามารถถอนเงินได้ทันทีในเวลาทำการของธนาคาร หรือถ้ามีบัตรเดบิต(บัตรATMเป็นอดีตไปแล้วครับT-T)ก็สามารถเบิกถอนได้24ชมที่ตู้ที่มีสัญลักษณ์ ATM POOL <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ถ้าวงเงินไม่เกินสามล้านบาท ธนาคารใหญ่สามแห่งให้ 0.75%เท่ากันหมดครับ<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น ในที่สุดสถาบันเงินฝากจะประกันเงินไม่เกิน1ล้านบาทต่อบัญชีครับ สำหรับรายย่อยอย่างเราๆท่านๆก็สบายใจไปได้ แต่ถ้าเป็นรายใหญ่คงต้องกระจายฝากหลายแห่งหน่อย แต่บัญชีออมทรัพย์ก็ไม่ใช่บัญชีที่ปลอดภัย100%อีกต่อไป<br />
<br />
ข้อดี มีสภาพคล่องสูงมากเบิกถอนได้ทันทีที่ต้องการ ถ้าเป็นบัตรเดบิต สามารถรูดซื้อสินค้าได้ไม่เกินเงินที่มีในบัญชี<br />
<br />
ข้อด้อย อัตราผลตอบแทนแพ้เงินเฟ้อแบบน็อกตั้งแต่ยกแรกเลยครับ 0.75%ต่อ6.5% มีความเสี่ยงในการล้มละลายของธนาคาร ไม่ประกันเงิน100%แบบสมัยก่อน<br />
<br />
2.บัญชีเงินฝากประจำ<br />
ลักษณะทั่วไป บัญชีนี้เป็นบัญชีที่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงต่อจากบัญชีเงิน<br />
ฝากออมทรัพย์ครับ เพราะว่าให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า คนส่วนใหญ่นิยมฝาก<br />
เงินที่ไม่ได้คาดว่าจะใช้ในอนาคตอันใกล้ เพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้น<br />
ระยะเวลาในการฝากเงินนั้น มีหลายระยะ เช่น 3 6 และ12เดือน ซึ่งยิ่งฝาก<br />
ในเวลาที่ยาวมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยก็จะมากขึ้นเท่านั้นครับ <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน               3เดือน      6เดือน    12เดือน   24เดือน<br />
  กรุงเทพ                          2.35        2.5        2.75       3.5<br />
 กสิกรไทย                       2.375       2.5        2.75       3.5<br />
 ไทยพานิชย์                     2.375       2.5        2.75       3.5<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น เหมือนกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ครับ<br />
<br />
ข้อดี ได้ผลตอบแทนมากกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หลายคนใช้บัญชีนี้<br />
ออมเงินเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ดาวน์บ้าน ดาวน์รถ ค่าเล่าเรียน <br />
นอกจากนี้บัญชีเงินฝากประจำยังสามารถนำไปค้ำประกันในตอนขอทำบัตรเครดิตได้อีกด้วย<br />
<br />
ข้อด้อย สภาพคล่องต่ำมาก เพราะต้องเก็บเงินไว้ตามที่กำหนด ถ้าหากว่ามี<br />
การถอนออกมาก่อนกำหนด จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากออมทรัพย์แทน<br />
3. บัญชีเงินฝากระยะยาว<br />
ลักษณะทั่วไป ผมไม่รู้ว่าจะเรียกเงินฝากพวกนี้ว่าอะไรดีครับ เพราะธนาคาร<br />
จะออกมาเป็นแพ็คเกจต่างๆกัน ช่วงไหนที่ธนาคารต้องการระดมเงินฝากมากๆ บัญชีพวกนี้ก็จะให้ผลตอบแทนดีเป็นพิเศษครับ บัญชีพวกนี้มีทั้ง6 9 12 24 และ36เดือน <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่แต่ละธนาคารออกมาครับ <br />
ถ้าธนาคารต้องการเงินด่วน ดอกเบี้ยก็สูงตาม<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น เหมือนกับสองบัญชีข้างต้นครับ<br />
<br />
ข้อดี ให้ผลตอบแทนที่ดี ส่วนใหญ่มักจะออกมาในช่วงที่ธนาคารต้องการระดมเงินฝากมากๆ ดังนั้นผลตอบแทนอาจจะดีกว่าการฝากประจำ มีแพ็คเกจให้เลือกเยอะ <br />
เหมาะกับความต้องการผลตอบแทนและสภาพคล่องของเราๆ<br />
<br />
ข้อด้อย สภาพคล่องต่ำมากเหมือนกับการฝากประจำครับ และที่สำคัญถ้าเราไปฝากไว้ที่นึง<br />
แล้วอีกธนาคารนึงออกใหม่ผลตอบแทนดีกว่าเก่า จะเกิดอาการเสียดาย ได้ครับ<br />
4. กองทุนรวมตลาดเงิน<br />
ลักษณะทั่วไป เรียกอีกชื่อว่าMoney Market Fund(MMF) ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม<br />
ครับ เพราะว่ากองทุนประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะได้เงินหลังจากการขายหน่วยลงทุน<br />
เพียงหนึ่งวัน บางกองทุนขายแล้วได้เงินในตอนนั้นเลยครับ  คือมี สภาพคล่องสูง<br />
เหมือนบัญชีออมทรัพย์ แต่ได้รับผลตอบแทนเท่าเงินฝากประจำ เมื่อบัญชีออมทรัพย์เริ่มไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง100% คนจึงเริ่มมาสนใจกองทุนประเภทนี้กันเยอะครับ<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น มีความมั่นคงสูง เพราะพอร์ทการลงทุนของกองทุนส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาล เช่นพันฐบัรระยะสั้น ตั๋วเงินคลัง ตราสารที่รัฐบาล<br />
ค้ำประกัน เช่นพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และที่ตราสารหนี้เอกชนที่มีความั่นคงในระดับสูงเท่านั้น<br />
โดยปกติกองทุนนี้จะมีDURATIONหรือระยะเวลาการชำระหนี้ของตราสารโดย<br />
เฉลี่ยไม่เกิน1ปี แต่หลายกองทุนในปัจจุบันมีDURATIONประมาณ3-6เดือนเท่านั้น<br />
ครับ ทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดไม่กระทบผลการดำเนินงานเท่าไหร่ <br />
เพราะเดี๋ยวเดียวตราสารเก่า(ที่ผลตอบแทนต่ำ)ก็หมดอายุ เอาเงินไปซื้อตราสารที่ออกใหม่ๆมีผลตอบแทนสูงได้เร็วกว่าครับ<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยในท้องตลาดในเวลานั้นๆ เรียกได้ว่าลอยตัว<br />
ตามอัตราดอกเบี้ยก็ว่าได้ ในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ2.5-2.7%<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น กองทุนประเภทนี้ลงทุนในตราสารของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นความปลอดภัยมีสูงมากครับ <br />
<br />
ข้อดี อย่างที่บอกเลยครับ ว่าผลตอบแทนเท่าเงินฝากประจำ แต่สภาพคล่อง<br />
เหมือนบัญชีออมทรัพย์ ดังนั้นถ้าผลตอบแทนที่ได้เท่าๆกัน แล้วเราจะเอาเงินไปฝัง<br />
ไว้เป็นปีๆทำไม จริงไหมครับ<br />
<br />
ข้อด้อย ถึงแม้ว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ก็ไม่แน่ว่าจะชนะเงินเฟ้อครับ และข้อ<br />
สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากกองทุนนั้นๆมีขนาดใหญ่มากๆ อาจะทำให้หาซื้อตรา<br />
สารที่มีผลตอบแทนดีๆได้ไม่พอ ต้องซื้อตราสารที่ให้ผลตอบแทนต่ำลงมา ดังจะ<br />
เห็นได้ว่ากองทุนที่ใหญ่ที่สุดในระบบกองทุนรวมตอนนี้มีผลตอบแทนรั้งท้ายตลอดก็เพราะส าเหตุนี้เองครับ<br />
5. กองทุนรวมตราสารหนี้<br />
ลักษณะทั่วไป เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้(หุ้นกู้) ทั้งที่ออกโดย<br />
ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งพันธบัตรรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบาย<br />
ของกองทุนแต่ละแห่ง ว่าจะเน้นไปที่สัดส่วนไหนมากกว่ากัน ถ้าเน้นไปที่พันธบัตรก็เน้นที่ความปลอดภัยของเงินต้น ถ้าภาคเอกชนมากก็เน้นไปที่ผลตอบแทนการลงทุน<br />
กองทุนนี้จะต่างกับMMF ตรงที่อายุของตราสารจะยาวกว่า ดังนั้นผลตอบ<br />
แทนการลงทุนจะมากกว่า และเช่นกัน หากขาดทุนก็จะขาดทุนมากกว่าเช่นกันครับ เพราะว่าดอกเบี้ยท้องตลาดขึ้นไปแล้ว แต่เราโดนล็อกผลตอบแทนไว้อีกหลายปี<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด ยิ่งอายุตราสารยาว<br />
มากขึ้น ก็จะมีความผันผวนต่ออัตราดอกเบี้ยมากขึ้นเช่นกัน (กำไรหรือขาดทุนได้มากกว่าพวกอายุสั้นๆ)<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น ถ้ากองทุนเน้นไปที่พันธบัตรรัฐบาลก็จะมีความปลอดภัยมากกว่าครับ ส่วนตราสารเอกชนเองก็มีระดับความปลอดภัยหลายเกรด จากสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้งหลาย ดังนั้นกองทุนประเภทนี้<br />
ต้องดูไส้ในกันเป็นกองทุนๆไปครับ<br />
<br />
ข้อดี ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการออมประเภทก่อนๆที่ว่ามาครับ จากการดู<br />
ข้อมูลย้อนหลัง20ปี กองทุนตราสารหนี้นั้น พอฟัดพอเหวี่ยงกับอัตราเงินเฟ้อ<br />
เลย คือแพ้ชนะกันไม่มาก ดังนั้นหากต้องการลงทุนเพื่อรักษามูลค่าเงิน การ<br />
ซื้อกองทุนตราสารหนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเลยครับ<br />
<br />
ข้อด้อย ถ้าช่วงเวลานั้นๆอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น(แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้) กอง<br />
ทุนประเภทนี้จะทำให้เราเสียผลประโยชน์ไปครับ เพราะหากเราถือต่อไป<br />
เรื่อยๆ เมื่อตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าออกมาเราก็เสียโอกาสได้<br />
ดอกเบี้ยสูงๆไป หรือถ้าเราขายออกมา ก็จะขาดทุนจากราคาตลาดได้ครับ <br />
โดยเฉพาะถ้าเราลงทุนในกองทุนรวมซึ่งใช้ราคามาร์คทูมาร์เก็ตทุกวัน(แสดงเป็นราคาตลาด) <br />
6. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์<br />
ลักษณะทั่วไป กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิในการเช่า<br />
อสังหาริมทรัพย์  ซึ่งทั้งสองต่างกันนะครับ ตรงนี้ต้องระวังให้ดีๆ<br />
กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(free hold)จะซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นๆมา<br />
เลย ดังนั้นกองทุนแบบนี้จะไม่มีหมดอายุครับ ถ้าหากไม่ได้ขายอสังหานั้น<br />
ออกไป กองทุนแบบนี้ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่<br />
<br />
ส่วนกองทุนที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์(lease hold)นี่สิครับ <br />
เพราะชื่อบอกแล้วว่าเป็นแค่สิทธิ ไม่ได้ซื้อทรัพย์สินไปจริงๆ กองทุนประเภท<br />
นี้จะซื้อสิทธิไป20-30ปี โดยจ่าค่าเช่าเหมาให้เจ้าของไป แล้วเอาไปปล่อย<br />
เช่าต่ออีกที ซึ่งปัญหาคือ ถ้าหมดอายุการเช่า สิทธินั้นจะกลายเป็น0ทันที แหมือนเราไปเช่าที่เปิดท้ายขายของ คืนละ100บาท พอตอนเช้าเราคืนที่ <br />
เราก็ไม่ได้เงิน100คืนนะครับ เพราะเป็นค่าเช่าที่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นผลตอบ<br />
แทนที่ได้ จะมาจากเงินปันผลปีต่อปีเท่านั้น ตอนกองทุนหมดอายุเอาอสังหาไปขายไม่ได้นะครับ ดังนั้นหากกองทุนประเภทนี้จ่ายปันผล3.3%ต่อปีไป30ปี เท่ากับว่าพอครบอายุเราได้เงินคืน100% โดยไม่มีผลตอบแทนใดๆตลอด<br />
เวลา30ปีเลยครับ<br />
<br />
นอกจากนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ยังมีความแตกต่างกันในประเภทของ<br />
ทรัพย์สินอีกครับ คือ บ้านเช่า คอนโด พื้นที่เพื่อการพานิชย์ โรงงาน ซึ่งแต่<br />
ละประเภทก็จะมีอัตราเช่า ราคาเช่า และเวลาเช่าที่แตกต่างกันไป<br />
เช่น คนเช่าบ้าน อาจจะย้ายออกเมื่อซื้อบ้าน ย้ายที่ทำงาน เบื่อ พื้นที่ขาย<br />
อาจจะดูภาวะเศรษฐกิจ โรงงานนี่ย้ายยากหน่อย เพราะมีปัญหาเรื่องเครื่องจักรและคนงาน<br />
<br />
ถ้าจะให้ดี ดูกองทุนที่มีนโยบายขยายกองทุนไปเรื่อยๆก็ดีครับ คือซื้อ<br />
ทรัพย์สินเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ(สำหรับfree hold) ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนดีขึ้น<br />
เรื่อยๆครับ<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับแต่ละกองทุนครับ ว่าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์<br />
แบบไหน ทำเลและการบริหารเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันกองทุนประเภทนี้ให้ผลตอบแทน5-8% เฉพาะค่าเช่า ถ้ารวมราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อด้วย(ในกรณีfree hold)ผลตอบแทนก็จะมากกว่านี้ครับ<br />
<br />
หมายเหตุ<br />
ในM&Wฉบับเดือนกรกฏาคมระบุว่า ผลตอบแทนจากการเช่าคอนโดในเขต<br />
เมืองของกรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่18%ก่าๆ รวมทั้งรายได้ค่าเช่า และราคาที่ที่เพิ่มขึ้น<br />
ในอเมริกาผลตอบแทนย้อนหลัง20ปีของอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่11-12%ต่อปีครับ<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น กองทุนแบบนี้มีความเสี่ยงต่ำครับ เพราะยังไงไม่<br />
มีวันกลายเป็นกระดาษแปะข้างฝาแบบหุ้นแน่นอน เพราะว่ามีอสังหาริม<br />
ทรัพย์จริงๆหนุนหลังอยู่ ยกเว้นกองทุนแบบสิทธิในการเช่า(lease hold)ที่มี<br />
เวลาในการใช้ประโยชน์<br />
<br />
ข้อดี เป็นการลงทุนที่ชนะเงินเฟ้อได้ค่อนข้างแน่นอน เพราะว่าราคาที่ดินจะ<br />
เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อไปด้วย แล้วเรายังได้ผลประโยชน์จากค่าเช่าอีก(free <br />
hold) แต่ถ้าเป็นกองทุนแบบสิทธิ(lease hold)เราจะไม่ได้ประโยชน์จากการ<br />
เพิ่มค่าของราคาที่ดินนะครับ เพราะว่าเราเหมามาให้เช่าต่อ ไม่ได้ซื้อมาเป็น<br />
เจ้าของ ยังก็ตามกองทุนประเภทนี้ซื้อแล้วเก็บยาวได้ครับ ไม่ต้องดูแลมาก<br />
<br />
ข้อด้อย กองทุนประเภทนี้ถึงแม้จะเป็นกองทุนประเภทเดียวกัน แต่อาจแตก<br />
ต่างกันได้แบบสุดโลก ดังนั้นก่อนการลงทุนต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้<br />
ก่อนครับ ว่าเป็นกองทุนประเภทไหนซื้อขาด หรือเช่าสิทธิ และทำเลป็นอย่างไร <br />
ในพื้นที่นั้นๆมีความต้องการจริงหรือไม่ และหลายกองทุนเป็นกองทุนปิด <br />
ต้องซื้อในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ทำให้บางท่านอาจไม่สะดวกในการซื้อ ขายครับ<br />
7. พันธบัตรรัฐบาล<br />
ลักษณะทั่วไป คือตราสารที่ทางภาครัฐออกมาด้วยจุดประสงค์ต่างๆ เช่น <br />
เพื่อโปะการขาดุลงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของการออม<br />
เงิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการบริหารเงินแผ่นดิน <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด และวัตถุประสงค์ที่<br />
ออกมาครับ จะประกาศเป็นคราวๆไป<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น 100%ครับ เพราะรัฐบาลเป็นผู้ออก มั่นคงกว่าการ<br />
ฝากธนาคารอีก เพราะแบ็งค์ยังเจ๊งได้ แต่ว่ารัฐบาลล้มละลายไม่ได้ครับ ถ้า<br />
รัฐบาลเจ๊งนี่ก็คงต้องไปอยู่ที่อื่นกันละครับ ทั้งนี้รัฐบาลเค้าใช้เงินคืนให้แน่ๆ <br />
แต่ถ้าพิมพ์เงินออกมาเยอะจนเงินมันเฟ้อ แล้วมูลค่าแท้จริงลด มันก้อีกเรื่องนะครับ อิอิ<br />
<br />
ข้อดี มีความมั่นคงในเงินต้นมากที่สุด สำหรับตราสารที่ออกในประเทศไทย<br />
และถ้าเราซื้อตรงได้เองก็จะได้รับผลตอบแทนเต็มๆครับ เพราะถ้าเราไปซื้อผ่านกองทุนรวม เร้าองเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายและค่าบริหารกองทุนด้วย<br />
<br />
ข้อด้อย ถึงจะเป็นตราสารที่มั่นคงสูง แต่ในระยะยาวอาจแพ้เงินเฟ้อนิด<br />
หน่อยครับ ที่สำคัญ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น พันธบัตรรุ่นใหม่ๆก็จะห้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า ทำให้เราอาจเสียประโยชน์ในผลตอบแทนที่<br />
มากขึ้น ถ้าเรายังทนถือต่อไป หรือหากขายออกมาก้อาจขาดทุนจากราคาตลาดได้เหมือนตราสารหนี้ทั่วไปครับ<br />
8. ทองคำ<br />
ลักษณะทั่วไป ถ้าต้องการลงทุนควรเลือกเป็นทองคำแท่งครับเวลาซื้อขาย<br />
จะมีส่วนต่างกัน100บาทสำหรับทองคำ5บาทขึ้นไป ถ้าเป็นทองคำขนาด1-2บาท จมีค่าบล็อกเพิ่มขึ้นอีกบาทละ50-100บาทครับ <br />
ดังนั้นการซื้อทองคำขุ้นต่ำคือ 1บาท+ค่าบล็อกอีก150-200บาท รวมเงินก็<br />
หมื่นกลางๆ<br />
แต่ถ้าเงินต้นไม่มากพอแต่อยากสะสมทองคำ ก็สามารถลงทุนในกองทุน<br />
ทองคำได้ครับ<br />
โดยการลงทุนทั้งสองแบบมีสิ่งที่ต้องสนใจ คือ ราคาทองคำในตลาดโลก <br />
และราคาค่าเงินบาทครับ<br />
เพราะการที่ราคาทองโลกขึ้นไป เราอาจจะไม่ได้กำไรก็ได้ ถ้าค่าเงินของเรา<br />
แข็งค่าขึ้นตามครับ<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับวัฏจักร บางช่วงอาจขึ้นแบบบ้าเลือด บางช่วงอาจกระดึ๊บๆ แต่ในระยะยาวแล้ว ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อครับ (ยกเว้นคนที่ซื้อที่ดอยของรอบวัฏจักรพอดี)<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เราเข้าไปลงทุนครับ แต่ถ้า<br />
เราซื้อสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะลดความเสี่ยงในจุดนี้ลงไปได้<br />
<br />
ข้อดี ให้ผลตอบแทนในระยะยาวสูงกว่าเงินเฟ้อ และเป็นความสุขทางใจสำหรับหลายๆคน ถ้าเป็นกองทุนรวม สามารถทะยอยซื้อทีละไม่กี่พันได้<br />
<br />
ข้อเสีย ถ้าเป็นทองคำแท่งอาจต้องมีค่ารักษา เพื่อป้องกันกาสูญหาย <br />
การกะจังหวะเพื่อลงทุนทำได้ยากเมื่อเทียบกับข้ออื่นๆ <br />
<br />
หมดแล้วนะครับ ทั้งหมดนี่ผมเลือกการลงทุนที่ไม่ค่อยหวือหวา และเข้าใจได้ไม่ยาก เผื่อคนที่อยากต่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ยังไม่รู้ว่ามีเครื่องมืออะไรบ้าง<br />
ทั้งหมดนี้เป็นแค่รายละเอียดคร่าวๆในการลงทุนนะครับ ไม่ได้หมายความว่า<br />
ถ้าไปออมเงินหรือลงทุนแล้วจะได้ผลอย่างนี้เป๊ะๆ <br />
โดยเราต้องศึกษาสภาพแวดล้อมในขณะนั้นๆด้วยว่าเหมาะสมกับสิ่งที่เราจะลงทุนไหม<br />
เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น เราก็ควรจะลงทุนกับตราสารที่มีอายุสั้นๆ <br />
เพื่อที่ผลตอบแทนจะได้ขึ้นตามดอกเบี้ยในท้องตลาดได้<br />
แต่ถ้าดอกเบี้ยเป็นขาลง เราก็ลงทุนในตราสารระยะยาว เพื่อล็อคผลตอบ<br />
แทนสูงๆไว้ให้นานที่สุดครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ที่มา http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topi...17356.html<br />
<br />
ในช่วงนี้เงินเฟ้อวิ่งเป็นจรวดสำรวจดาวอังคารเลยครับ ทำให้หลายคนเริ่มมองหาการออมและการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินแต่เพียงอย่ างเดียว เพราะว่าดอกเบี้ยที่ได้นั้นแพ้เงินเฟ้อแบบไม่เห็นฝุ่นเลยครับ<br />
ณ วันที่เขียน เงินเฟ้อครึ่งปีอยู่ที่6.5% แต่ว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่0.75% ต่างกันประมาณ9เท่า!!!<br />
หากสงสัยว่าเงินเฟ้อคืออะไร ทำให้เงินของเราด้อยค่าได้อย่างไร จำที่ผู้หลักผู้ใหญ่พูดได้ไหมครับ<br />
เมื่อก่อนนะ ก๋วยเตี๋ยวชามละสลึง ชามละบาท(ขึ้นอยู่กับอายุผู้พูดอิอิ) เดี๋ยวนี้ชามละ30เข้าไปแล้ว<br />
นั่นละครับเงินเฟ้อ คือการที่ข้าวของราคาแพงขึ้น ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้นน้อยกว่าของที่แพงขึ้น<br />
ทำให้เราซื้อของได้น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นครับ<br />
<br />
เมื่อเงินเฟ้อสูง คนเราก็ย่อมหาทางป้องกันการเสื่อมค่าของเงินในกระเป๋า ดังนั้นการลงทุนอื่นๆจึงเป็นที่สนใจขึ้นมาในเวลานี้ ทว่า ในปัจจุบันเป็นเวลาที่อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดต้องบอกว่า ถ้าไม่อยู่กับที่ก็รอวันขึ้นเท่านั้น การจะลดดอกเบี้ยลงไปมีโอกาสเกิดน้อยมาก เพราะตอนนี้ปัญหาเงินเฟ้อสำคัญกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ<br />
(การลดดอกเบี้ย จะทำให้เกิดเงินเฟ้อครับ) ดังนั้นหากเราเอาเงินไปวางไว้ผิดที่ ผลตอบแทนที่เราได้ก็อาจจะไม่เต็มที่เท่าที่ควร วันนี้ผมเลยจะขอสรุปการออมและการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เอามาอธิบายแบบง่ายๆดูครับ เผื่อใครสนใจนำไปปรับใช้กับพอร์ทของตวเองได้<br />
<br />
ถ้ามีส่วนไหนที่ผิดพลาด หรือสรุปสั้นห้วนไป ขอผู้รู้ช่วยแนะนำเพิ่มด้วยนะครับ<br />
<br />
1.บัญชีออมทรัพย์<br />
ลักษณะทั่วไป เรามาเริ่มกันที่การออมที่ทุกคนคุ้นเคยกันนะครับ การฝากบัญชีออมทรัพย์นั้น เป็นการออมเงินของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย มีสภาพคล่องสูงมาก คือสามารถถอนเงินได้ทันทีในเวลาทำการของธนาคาร หรือถ้ามีบัตรเดบิต(บัตรATMเป็นอดีตไปแล้วครับT-T)ก็สามารถเบิกถอนได้24ชมที่ตู้ที่มีสัญลักษณ์ ATM POOL <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ถ้าวงเงินไม่เกินสามล้านบาท ธนาคารใหญ่สามแห่งให้ 0.75%เท่ากันหมดครับ<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น ในที่สุดสถาบันเงินฝากจะประกันเงินไม่เกิน1ล้านบาทต่อบัญชีครับ สำหรับรายย่อยอย่างเราๆท่านๆก็สบายใจไปได้ แต่ถ้าเป็นรายใหญ่คงต้องกระจายฝากหลายแห่งหน่อย แต่บัญชีออมทรัพย์ก็ไม่ใช่บัญชีที่ปลอดภัย100%อีกต่อไป<br />
<br />
ข้อดี มีสภาพคล่องสูงมากเบิกถอนได้ทันทีที่ต้องการ ถ้าเป็นบัตรเดบิต สามารถรูดซื้อสินค้าได้ไม่เกินเงินที่มีในบัญชี<br />
<br />
ข้อด้อย อัตราผลตอบแทนแพ้เงินเฟ้อแบบน็อกตั้งแต่ยกแรกเลยครับ 0.75%ต่อ6.5% มีความเสี่ยงในการล้มละลายของธนาคาร ไม่ประกันเงิน100%แบบสมัยก่อน<br />
<br />
2.บัญชีเงินฝากประจำ<br />
ลักษณะทั่วไป บัญชีนี้เป็นบัญชีที่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงต่อจากบัญชีเงิน<br />
ฝากออมทรัพย์ครับ เพราะว่าให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า คนส่วนใหญ่นิยมฝาก<br />
เงินที่ไม่ได้คาดว่าจะใช้ในอนาคตอันใกล้ เพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้น<br />
ระยะเวลาในการฝากเงินนั้น มีหลายระยะ เช่น 3 6 และ12เดือน ซึ่งยิ่งฝาก<br />
ในเวลาที่ยาวมากเท่าไหร่ ดอกเบี้ยก็จะมากขึ้นเท่านั้นครับ <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน               3เดือน      6เดือน    12เดือน   24เดือน<br />
  กรุงเทพ                          2.35        2.5        2.75       3.5<br />
 กสิกรไทย                       2.375       2.5        2.75       3.5<br />
 ไทยพานิชย์                     2.375       2.5        2.75       3.5<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น เหมือนกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ครับ<br />
<br />
ข้อดี ได้ผลตอบแทนมากกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หลายคนใช้บัญชีนี้<br />
ออมเงินเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ดาวน์บ้าน ดาวน์รถ ค่าเล่าเรียน <br />
นอกจากนี้บัญชีเงินฝากประจำยังสามารถนำไปค้ำประกันในตอนขอทำบัตรเครดิตได้อีกด้วย<br />
<br />
ข้อด้อย สภาพคล่องต่ำมาก เพราะต้องเก็บเงินไว้ตามที่กำหนด ถ้าหากว่ามี<br />
การถอนออกมาก่อนกำหนด จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากออมทรัพย์แทน<br />
3. บัญชีเงินฝากระยะยาว<br />
ลักษณะทั่วไป ผมไม่รู้ว่าจะเรียกเงินฝากพวกนี้ว่าอะไรดีครับ เพราะธนาคาร<br />
จะออกมาเป็นแพ็คเกจต่างๆกัน ช่วงไหนที่ธนาคารต้องการระดมเงินฝากมากๆ บัญชีพวกนี้ก็จะให้ผลตอบแทนดีเป็นพิเศษครับ บัญชีพวกนี้มีทั้ง6 9 12 24 และ36เดือน <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่แต่ละธนาคารออกมาครับ <br />
ถ้าธนาคารต้องการเงินด่วน ดอกเบี้ยก็สูงตาม<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น เหมือนกับสองบัญชีข้างต้นครับ<br />
<br />
ข้อดี ให้ผลตอบแทนที่ดี ส่วนใหญ่มักจะออกมาในช่วงที่ธนาคารต้องการระดมเงินฝากมากๆ ดังนั้นผลตอบแทนอาจจะดีกว่าการฝากประจำ มีแพ็คเกจให้เลือกเยอะ <br />
เหมาะกับความต้องการผลตอบแทนและสภาพคล่องของเราๆ<br />
<br />
ข้อด้อย สภาพคล่องต่ำมากเหมือนกับการฝากประจำครับ และที่สำคัญถ้าเราไปฝากไว้ที่นึง<br />
แล้วอีกธนาคารนึงออกใหม่ผลตอบแทนดีกว่าเก่า จะเกิดอาการเสียดาย ได้ครับ<br />
4. กองทุนรวมตลาดเงิน<br />
ลักษณะทั่วไป เรียกอีกชื่อว่าMoney Market Fund(MMF) ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม<br />
ครับ เพราะว่ากองทุนประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะได้เงินหลังจากการขายหน่วยลงทุน<br />
เพียงหนึ่งวัน บางกองทุนขายแล้วได้เงินในตอนนั้นเลยครับ  คือมี สภาพคล่องสูง<br />
เหมือนบัญชีออมทรัพย์ แต่ได้รับผลตอบแทนเท่าเงินฝากประจำ เมื่อบัญชีออมทรัพย์เริ่มไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง100% คนจึงเริ่มมาสนใจกองทุนประเภทนี้กันเยอะครับ<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น มีความมั่นคงสูง เพราะพอร์ทการลงทุนของกองทุนส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาล เช่นพันฐบัรระยะสั้น ตั๋วเงินคลัง ตราสารที่รัฐบาล<br />
ค้ำประกัน เช่นพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และที่ตราสารหนี้เอกชนที่มีความั่นคงในระดับสูงเท่านั้น<br />
โดยปกติกองทุนนี้จะมีDURATIONหรือระยะเวลาการชำระหนี้ของตราสารโดย<br />
เฉลี่ยไม่เกิน1ปี แต่หลายกองทุนในปัจจุบันมีDURATIONประมาณ3-6เดือนเท่านั้น<br />
ครับ ทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดไม่กระทบผลการดำเนินงานเท่าไหร่ <br />
เพราะเดี๋ยวเดียวตราสารเก่า(ที่ผลตอบแทนต่ำ)ก็หมดอายุ เอาเงินไปซื้อตราสารที่ออกใหม่ๆมีผลตอบแทนสูงได้เร็วกว่าครับ<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยในท้องตลาดในเวลานั้นๆ เรียกได้ว่าลอยตัว<br />
ตามอัตราดอกเบี้ยก็ว่าได้ ในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ2.5-2.7%<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น กองทุนประเภทนี้ลงทุนในตราสารของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นความปลอดภัยมีสูงมากครับ <br />
<br />
ข้อดี อย่างที่บอกเลยครับ ว่าผลตอบแทนเท่าเงินฝากประจำ แต่สภาพคล่อง<br />
เหมือนบัญชีออมทรัพย์ ดังนั้นถ้าผลตอบแทนที่ได้เท่าๆกัน แล้วเราจะเอาเงินไปฝัง<br />
ไว้เป็นปีๆทำไม จริงไหมครับ<br />
<br />
ข้อด้อย ถึงแม้ว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ก็ไม่แน่ว่าจะชนะเงินเฟ้อครับ และข้อ<br />
สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากกองทุนนั้นๆมีขนาดใหญ่มากๆ อาจะทำให้หาซื้อตรา<br />
สารที่มีผลตอบแทนดีๆได้ไม่พอ ต้องซื้อตราสารที่ให้ผลตอบแทนต่ำลงมา ดังจะ<br />
เห็นได้ว่ากองทุนที่ใหญ่ที่สุดในระบบกองทุนรวมตอนนี้มีผลตอบแทนรั้งท้ายตลอดก็เพราะส าเหตุนี้เองครับ<br />
5. กองทุนรวมตราสารหนี้<br />
ลักษณะทั่วไป เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้(หุ้นกู้) ทั้งที่ออกโดย<br />
ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งพันธบัตรรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบาย<br />
ของกองทุนแต่ละแห่ง ว่าจะเน้นไปที่สัดส่วนไหนมากกว่ากัน ถ้าเน้นไปที่พันธบัตรก็เน้นที่ความปลอดภัยของเงินต้น ถ้าภาคเอกชนมากก็เน้นไปที่ผลตอบแทนการลงทุน<br />
กองทุนนี้จะต่างกับMMF ตรงที่อายุของตราสารจะยาวกว่า ดังนั้นผลตอบ<br />
แทนการลงทุนจะมากกว่า และเช่นกัน หากขาดทุนก็จะขาดทุนมากกว่าเช่นกันครับ เพราะว่าดอกเบี้ยท้องตลาดขึ้นไปแล้ว แต่เราโดนล็อกผลตอบแทนไว้อีกหลายปี<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด ยิ่งอายุตราสารยาว<br />
มากขึ้น ก็จะมีความผันผวนต่ออัตราดอกเบี้ยมากขึ้นเช่นกัน (กำไรหรือขาดทุนได้มากกว่าพวกอายุสั้นๆ)<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น ถ้ากองทุนเน้นไปที่พันธบัตรรัฐบาลก็จะมีความปลอดภัยมากกว่าครับ ส่วนตราสารเอกชนเองก็มีระดับความปลอดภัยหลายเกรด จากสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้งหลาย ดังนั้นกองทุนประเภทนี้<br />
ต้องดูไส้ในกันเป็นกองทุนๆไปครับ<br />
<br />
ข้อดี ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการออมประเภทก่อนๆที่ว่ามาครับ จากการดู<br />
ข้อมูลย้อนหลัง20ปี กองทุนตราสารหนี้นั้น พอฟัดพอเหวี่ยงกับอัตราเงินเฟ้อ<br />
เลย คือแพ้ชนะกันไม่มาก ดังนั้นหากต้องการลงทุนเพื่อรักษามูลค่าเงิน การ<br />
ซื้อกองทุนตราสารหนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเลยครับ<br />
<br />
ข้อด้อย ถ้าช่วงเวลานั้นๆอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น(แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้) กอง<br />
ทุนประเภทนี้จะทำให้เราเสียผลประโยชน์ไปครับ เพราะหากเราถือต่อไป<br />
เรื่อยๆ เมื่อตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าออกมาเราก็เสียโอกาสได้<br />
ดอกเบี้ยสูงๆไป หรือถ้าเราขายออกมา ก็จะขาดทุนจากราคาตลาดได้ครับ <br />
โดยเฉพาะถ้าเราลงทุนในกองทุนรวมซึ่งใช้ราคามาร์คทูมาร์เก็ตทุกวัน(แสดงเป็นราคาตลาด) <br />
6. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์<br />
ลักษณะทั่วไป กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิในการเช่า<br />
อสังหาริมทรัพย์  ซึ่งทั้งสองต่างกันนะครับ ตรงนี้ต้องระวังให้ดีๆ<br />
กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(free hold)จะซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นๆมา<br />
เลย ดังนั้นกองทุนแบบนี้จะไม่มีหมดอายุครับ ถ้าหากไม่ได้ขายอสังหานั้น<br />
ออกไป กองทุนแบบนี้ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่<br />
<br />
ส่วนกองทุนที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์(lease hold)นี่สิครับ <br />
เพราะชื่อบอกแล้วว่าเป็นแค่สิทธิ ไม่ได้ซื้อทรัพย์สินไปจริงๆ กองทุนประเภท<br />
นี้จะซื้อสิทธิไป20-30ปี โดยจ่าค่าเช่าเหมาให้เจ้าของไป แล้วเอาไปปล่อย<br />
เช่าต่ออีกที ซึ่งปัญหาคือ ถ้าหมดอายุการเช่า สิทธินั้นจะกลายเป็น0ทันที แหมือนเราไปเช่าที่เปิดท้ายขายของ คืนละ100บาท พอตอนเช้าเราคืนที่ <br />
เราก็ไม่ได้เงิน100คืนนะครับ เพราะเป็นค่าเช่าที่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นผลตอบ<br />
แทนที่ได้ จะมาจากเงินปันผลปีต่อปีเท่านั้น ตอนกองทุนหมดอายุเอาอสังหาไปขายไม่ได้นะครับ ดังนั้นหากกองทุนประเภทนี้จ่ายปันผล3.3%ต่อปีไป30ปี เท่ากับว่าพอครบอายุเราได้เงินคืน100% โดยไม่มีผลตอบแทนใดๆตลอด<br />
เวลา30ปีเลยครับ<br />
<br />
นอกจากนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ยังมีความแตกต่างกันในประเภทของ<br />
ทรัพย์สินอีกครับ คือ บ้านเช่า คอนโด พื้นที่เพื่อการพานิชย์ โรงงาน ซึ่งแต่<br />
ละประเภทก็จะมีอัตราเช่า ราคาเช่า และเวลาเช่าที่แตกต่างกันไป<br />
เช่น คนเช่าบ้าน อาจจะย้ายออกเมื่อซื้อบ้าน ย้ายที่ทำงาน เบื่อ พื้นที่ขาย<br />
อาจจะดูภาวะเศรษฐกิจ โรงงานนี่ย้ายยากหน่อย เพราะมีปัญหาเรื่องเครื่องจักรและคนงาน<br />
<br />
ถ้าจะให้ดี ดูกองทุนที่มีนโยบายขยายกองทุนไปเรื่อยๆก็ดีครับ คือซื้อ<br />
ทรัพย์สินเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ(สำหรับfree hold) ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนดีขึ้น<br />
เรื่อยๆครับ<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับแต่ละกองทุนครับ ว่าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์<br />
แบบไหน ทำเลและการบริหารเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันกองทุนประเภทนี้ให้ผลตอบแทน5-8% เฉพาะค่าเช่า ถ้ารวมราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อด้วย(ในกรณีfree hold)ผลตอบแทนก็จะมากกว่านี้ครับ<br />
<br />
หมายเหตุ<br />
ในM&Wฉบับเดือนกรกฏาคมระบุว่า ผลตอบแทนจากการเช่าคอนโดในเขต<br />
เมืองของกรุงเทพเฉลี่ยอยู่ที่18%ก่าๆ รวมทั้งรายได้ค่าเช่า และราคาที่ที่เพิ่มขึ้น<br />
ในอเมริกาผลตอบแทนย้อนหลัง20ปีของอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่11-12%ต่อปีครับ<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น กองทุนแบบนี้มีความเสี่ยงต่ำครับ เพราะยังไงไม่<br />
มีวันกลายเป็นกระดาษแปะข้างฝาแบบหุ้นแน่นอน เพราะว่ามีอสังหาริม<br />
ทรัพย์จริงๆหนุนหลังอยู่ ยกเว้นกองทุนแบบสิทธิในการเช่า(lease hold)ที่มี<br />
เวลาในการใช้ประโยชน์<br />
<br />
ข้อดี เป็นการลงทุนที่ชนะเงินเฟ้อได้ค่อนข้างแน่นอน เพราะว่าราคาที่ดินจะ<br />
เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อไปด้วย แล้วเรายังได้ผลประโยชน์จากค่าเช่าอีก(free <br />
hold) แต่ถ้าเป็นกองทุนแบบสิทธิ(lease hold)เราจะไม่ได้ประโยชน์จากการ<br />
เพิ่มค่าของราคาที่ดินนะครับ เพราะว่าเราเหมามาให้เช่าต่อ ไม่ได้ซื้อมาเป็น<br />
เจ้าของ ยังก็ตามกองทุนประเภทนี้ซื้อแล้วเก็บยาวได้ครับ ไม่ต้องดูแลมาก<br />
<br />
ข้อด้อย กองทุนประเภทนี้ถึงแม้จะเป็นกองทุนประเภทเดียวกัน แต่อาจแตก<br />
ต่างกันได้แบบสุดโลก ดังนั้นก่อนการลงทุนต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้<br />
ก่อนครับ ว่าเป็นกองทุนประเภทไหนซื้อขาด หรือเช่าสิทธิ และทำเลป็นอย่างไร <br />
ในพื้นที่นั้นๆมีความต้องการจริงหรือไม่ และหลายกองทุนเป็นกองทุนปิด <br />
ต้องซื้อในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ทำให้บางท่านอาจไม่สะดวกในการซื้อ ขายครับ<br />
7. พันธบัตรรัฐบาล<br />
ลักษณะทั่วไป คือตราสารที่ทางภาครัฐออกมาด้วยจุดประสงค์ต่างๆ เช่น <br />
เพื่อโปะการขาดุลงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของการออม<br />
เงิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการบริหารเงินแผ่นดิน <br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด และวัตถุประสงค์ที่<br />
ออกมาครับ จะประกาศเป็นคราวๆไป<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น 100%ครับ เพราะรัฐบาลเป็นผู้ออก มั่นคงกว่าการ<br />
ฝากธนาคารอีก เพราะแบ็งค์ยังเจ๊งได้ แต่ว่ารัฐบาลล้มละลายไม่ได้ครับ ถ้า<br />
รัฐบาลเจ๊งนี่ก็คงต้องไปอยู่ที่อื่นกันละครับ ทั้งนี้รัฐบาลเค้าใช้เงินคืนให้แน่ๆ <br />
แต่ถ้าพิมพ์เงินออกมาเยอะจนเงินมันเฟ้อ แล้วมูลค่าแท้จริงลด มันก้อีกเรื่องนะครับ อิอิ<br />
<br />
ข้อดี มีความมั่นคงในเงินต้นมากที่สุด สำหรับตราสารที่ออกในประเทศไทย<br />
และถ้าเราซื้อตรงได้เองก็จะได้รับผลตอบแทนเต็มๆครับ เพราะถ้าเราไปซื้อผ่านกองทุนรวม เร้าองเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายและค่าบริหารกองทุนด้วย<br />
<br />
ข้อด้อย ถึงจะเป็นตราสารที่มั่นคงสูง แต่ในระยะยาวอาจแพ้เงินเฟ้อนิด<br />
หน่อยครับ ที่สำคัญ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น พันธบัตรรุ่นใหม่ๆก็จะห้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า ทำให้เราอาจเสียประโยชน์ในผลตอบแทนที่<br />
มากขึ้น ถ้าเรายังทนถือต่อไป หรือหากขายออกมาก้อาจขาดทุนจากราคาตลาดได้เหมือนตราสารหนี้ทั่วไปครับ<br />
8. ทองคำ<br />
ลักษณะทั่วไป ถ้าต้องการลงทุนควรเลือกเป็นทองคำแท่งครับเวลาซื้อขาย<br />
จะมีส่วนต่างกัน100บาทสำหรับทองคำ5บาทขึ้นไป ถ้าเป็นทองคำขนาด1-2บาท จมีค่าบล็อกเพิ่มขึ้นอีกบาทละ50-100บาทครับ <br />
ดังนั้นการซื้อทองคำขุ้นต่ำคือ 1บาท+ค่าบล็อกอีก150-200บาท รวมเงินก็<br />
หมื่นกลางๆ<br />
แต่ถ้าเงินต้นไม่มากพอแต่อยากสะสมทองคำ ก็สามารถลงทุนในกองทุน<br />
ทองคำได้ครับ<br />
โดยการลงทุนทั้งสองแบบมีสิ่งที่ต้องสนใจ คือ ราคาทองคำในตลาดโลก <br />
และราคาค่าเงินบาทครับ<br />
เพราะการที่ราคาทองโลกขึ้นไป เราอาจจะไม่ได้กำไรก็ได้ ถ้าค่าเงินของเรา<br />
แข็งค่าขึ้นตามครับ<br />
<br />
อัตราผลตอบแทน ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับวัฏจักร บางช่วงอาจขึ้นแบบบ้าเลือด บางช่วงอาจกระดึ๊บๆ แต่ในระยะยาวแล้ว ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อครับ (ยกเว้นคนที่ซื้อที่ดอยของรอบวัฏจักรพอดี)<br />
<br />
ความปลอดภัยของเงินต้น ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เราเข้าไปลงทุนครับ แต่ถ้า<br />
เราซื้อสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะลดความเสี่ยงในจุดนี้ลงไปได้<br />
<br />
ข้อดี ให้ผลตอบแทนในระยะยาวสูงกว่าเงินเฟ้อ และเป็นความสุขทางใจสำหรับหลายๆคน ถ้าเป็นกองทุนรวม สามารถทะยอยซื้อทีละไม่กี่พันได้<br />
<br />
ข้อเสีย ถ้าเป็นทองคำแท่งอาจต้องมีค่ารักษา เพื่อป้องกันกาสูญหาย <br />
การกะจังหวะเพื่อลงทุนทำได้ยากเมื่อเทียบกับข้ออื่นๆ <br />
<br />
หมดแล้วนะครับ ทั้งหมดนี่ผมเลือกการลงทุนที่ไม่ค่อยหวือหวา และเข้าใจได้ไม่ยาก เผื่อคนที่อยากต่อสู้กับเงินเฟ้อ แต่ยังไม่รู้ว่ามีเครื่องมืออะไรบ้าง<br />
ทั้งหมดนี้เป็นแค่รายละเอียดคร่าวๆในการลงทุนนะครับ ไม่ได้หมายความว่า<br />
ถ้าไปออมเงินหรือลงทุนแล้วจะได้ผลอย่างนี้เป๊ะๆ <br />
โดยเราต้องศึกษาสภาพแวดล้อมในขณะนั้นๆด้วยว่าเหมาะสมกับสิ่งที่เราจะลงทุนไหม<br />
เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น เราก็ควรจะลงทุนกับตราสารที่มีอายุสั้นๆ <br />
เพื่อที่ผลตอบแทนจะได้ขึ้นตามดอกเบี้ยในท้องตลาดได้<br />
แต่ถ้าดอกเบี้ยเป็นขาลง เราก็ลงทุนในตราสารระยะยาว เพื่อล็อคผลตอบ<br />
แทนสูงๆไว้ให้นานที่สุดครับ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ประกาศขายกล้องครับ]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=305</link>
			<pubDate>Sat, 25 Oct 2008 13:48:04 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=305</guid>
			<description><![CDATA[อยากประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนทราบครับ<br />
<br />
ว่า ผมจะขายกล้องแล้ว ยก set โดยมีข้อมูลดังนี้<br />
canon 400d ประกันเหลืออีก 6 เดือน (ใช้มา 6 เดือน) สถาพดี 98% จะว่า 100% ก็เวอร์ไป ติด film กันรอยที่ LCD ให้เรียบร้อย <br />
+ เลนส์ kit 18-55 + เลนส์ 50 1.8mm + แบตสำรอง commy + UV filter Hoya + Star filter <br />
<br />
ทั้งหมดในราคา 18000 เพีื่อนๆ หรือ เพื่อนของเพื่อน หรือใครๆ สนใจ สามารถติดต่อ สอบถาม ลดได้ ติดต่อมาได้ที่ directjho3d@hotmail.com หรือ โทรศัพท์ 086-8796716<br />
<br />
เหตุผลที่เปลี่ยน เนื่องจาก ใช้ความสามารถเกินกว่าที่กล้องมีให้ไว้จึงจะเปลี่ยนเพื่อเลื่อนไปอีกขั้น<br />
<br />
กล้องตัวนี้เหมาะมากสำหรับ มือใหม่ <br />
<br />
ช่วยประชาสัมพันธ์ ขายของด้วยเน้อ เพื่อนๆ <br />
<br />
เด๋วว่างๆ จะเอารูปปัจจุบันของกล้องมาให้ดูครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[อยากประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนทราบครับ<br />
<br />
ว่า ผมจะขายกล้องแล้ว ยก set โดยมีข้อมูลดังนี้<br />
canon 400d ประกันเหลืออีก 6 เดือน (ใช้มา 6 เดือน) สถาพดี 98% จะว่า 100% ก็เวอร์ไป ติด film กันรอยที่ LCD ให้เรียบร้อย <br />
+ เลนส์ kit 18-55 + เลนส์ 50 1.8mm + แบตสำรอง commy + UV filter Hoya + Star filter <br />
<br />
ทั้งหมดในราคา 18000 เพีื่อนๆ หรือ เพื่อนของเพื่อน หรือใครๆ สนใจ สามารถติดต่อ สอบถาม ลดได้ ติดต่อมาได้ที่ directjho3d@hotmail.com หรือ โทรศัพท์ 086-8796716<br />
<br />
เหตุผลที่เปลี่ยน เนื่องจาก ใช้ความสามารถเกินกว่าที่กล้องมีให้ไว้จึงจะเปลี่ยนเพื่อเลื่อนไปอีกขั้น<br />
<br />
กล้องตัวนี้เหมาะมากสำหรับ มือใหม่ <br />
<br />
ช่วยประชาสัมพันธ์ ขายของด้วยเน้อ เพื่อนๆ <br />
<br />
เด๋วว่างๆ จะเอารูปปัจจุบันของกล้องมาให้ดูครับ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ไว้ดูเล่นยามเหงา]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=304</link>
			<pubDate>Mon, 13 Oct 2008 16:14:12 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=304</guid>
			<description><![CDATA[[attachment=896]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[[attachment=896]]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[สอบถามผู้รู้หน่อยคร๊าบ เกี่ยวกับ EF 50mm 1.8II]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=303</link>
			<pubDate>Sat, 11 Oct 2008 19:38:34 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=303</guid>
			<description><![CDATA[สอบถามผู้รู้หน่อยคร๊าบ เกี่ยวกับ EF 50mm 1.8II<br />
<br />
อยากทราบระยะชัดสุดที่ F เท่าไหร่<br />
<br />
พอดีมีคนวานไปให้ถ่ายรูปให้หน่อย <br />
ก็เรยไปหยิบมาจากร้าน อิอิ <br />
ถึงมุมไม่ดีแต่ถ่ายชัดไว้ก่อน<br />
<br />
ขอบคุณครับ<br />
นฤนาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[สอบถามผู้รู้หน่อยคร๊าบ เกี่ยวกับ EF 50mm 1.8II<br />
<br />
อยากทราบระยะชัดสุดที่ F เท่าไหร่<br />
<br />
พอดีมีคนวานไปให้ถ่ายรูปให้หน่อย <br />
ก็เรยไปหยิบมาจากร้าน อิอิ <br />
ถึงมุมไม่ดีแต่ถ่ายชัดไว้ก่อน<br />
<br />
ขอบคุณครับ<br />
นฤนาท]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ตามหาสาวกมิว]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=301</link>
			<pubDate>Mon, 06 Oct 2008 21:37:04 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=301</guid>
			<description><![CDATA[เพื่อนๆยังจำเกมส์นี้ได้หรือเปล่า MuOnline<br />
การกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง  กับคนที่ชื่นชอบเกมส์ "มิวออนไลน์"<br />
หากเมื่อ3-4ปีที่แล้ว เพื่อนๆยังจำเกมส์นี้ได้<br />
วันนี้เรามีเกมส์นี้ให้เพื่อนๆได้กลับมาสัมผัสอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ใหม่ล่าสุด  MU Season4<br />
ไอเทมใหม่  เควสใหม่ ที่เพื่อนๆไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน<br />
และเพื่อนๆคนไหนที่ยังไม่เคยลองเล่น อยากลองพิสูจน์ตัวตนของท่าน<br />
หยิบดาบของคุณขึ้นมา แล้วมาร่วมรบไปกับเราได้ที่<br />
<br />
http://www.musiamonline.org<br />
<br />
พวกเรายังรอหาเหล่าผู้กล้าเช่นคุณอยู่..<br />
<br />
---------------------------------------------]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[เพื่อนๆยังจำเกมส์นี้ได้หรือเปล่า MuOnline<br />
การกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง  กับคนที่ชื่นชอบเกมส์ "มิวออนไลน์"<br />
หากเมื่อ3-4ปีที่แล้ว เพื่อนๆยังจำเกมส์นี้ได้<br />
วันนี้เรามีเกมส์นี้ให้เพื่อนๆได้กลับมาสัมผัสอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ใหม่ล่าสุด  MU Season4<br />
ไอเทมใหม่  เควสใหม่ ที่เพื่อนๆไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน<br />
และเพื่อนๆคนไหนที่ยังไม่เคยลองเล่น อยากลองพิสูจน์ตัวตนของท่าน<br />
หยิบดาบของคุณขึ้นมา แล้วมาร่วมรบไปกับเราได้ที่<br />
<br />
http://www.musiamonline.org<br />
<br />
พวกเรายังรอหาเหล่าผู้กล้าเช่นคุณอยู่..<br />
<br />
---------------------------------------------]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รับสมัครงานที่ Data-Mat]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=299</link>
			<pubDate>Wed, 01 Oct 2008 12:55:55 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=299</guid>
			<description><![CDATA[ใครรู้จักรุ่นน้องที่กำลังหางาน บอกให้โทรมาหากูด้วยครับ พอจะฝากได้<br />
<br />
Helpdesk                   2 ตำแหน่ง<br />
System engineer        1 ตำแหน่ง<br />
<br />
<br />
085-8288831]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ใครรู้จักรุ่นน้องที่กำลังหางาน บอกให้โทรมาหากูด้วยครับ พอจะฝากได้<br />
<br />
Helpdesk                   2 ตำแหน่ง<br />
System engineer        1 ตำแหน่ง<br />
<br />
<br />
085-8288831]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[มีใครทำ presentation แต่งงานได้มั่ง]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=297</link>
			<pubDate>Mon, 29 Sep 2008 08:02:40 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=297</guid>
			<description><![CDATA[มีใครทำ presentation แต่งงานได้มั่ง หรือว่ามีโปรแกรมเด็ดๆ มั๊ย แบบว่าใส่วิดีโอได้ด้วยอ่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[มีใครทำ presentation แต่งงานได้มั่ง หรือว่ามีโปรแกรมเด็ดๆ มั๊ย แบบว่าใส่วิดีโอได้ด้วยอ่ะ]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ชีวิตมันเศร้า T_T]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=295</link>
			<pubDate>Tue, 23 Sep 2008 20:48:29 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=295</guid>
			<description><![CDATA[Hug A Developer<br />
<br />
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[Hug A Developer<br />
<br />
]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[&quot;ทองคำ&quot; ขึ้นพรวดจากวิกฤตการเงินโลก]]></title>
			<link>http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=294</link>
			<pubDate>Tue, 23 Sep 2008 09:54:08 +0700</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.cpe43src.com/showthread.php?tid=294</guid>
			<description><![CDATA[ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ <br />
<br />
เอเอฟพี - ทองคำในตลาดโลกมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ทองคำมีสถานะเป็นที่หลบภัยอันแสนจะปลอดภัยในเวลาที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ <br />
<br />
<br />
ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดลงต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะระส่ำระส่ายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดการเงินสหรัฐฯ หลังจากเลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจที่เคยยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของวอลล์สตรีท ยื่นเรื่องขอความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลาย ขณะที่เมอริลลินช์ วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ และธนาคารเอชบีโอเอสของอังกฤษถูกเทกโอเวอร์ ตลอดจนการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปล่อยเงินกู้ก้อนโตมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) ที่กำลังซวดเซอย่างหนัก <br />
<br />
<br />
ราคาทองคำทะยานขึ้นถึง 85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันพุธ (17) โดยถือเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวในรอบ 28 ปีที่ผ่านมา <br />
<br />
<br />
"ทองคำมีราคาทะยานขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวในระยะเวลานับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ทองคำเป็นตลาดซื้อขายซึ่งเป็นที่หลบภัยอันแสนจะปลอดภัยยิ่งขึ้นเรื่อยๆ " เจมส์ มัวร์ จากเดอะบูลเลียนดอตคอมกล่าว <br />
<br />
<br />
ราคาทองคำขึ้นมาอยู่ที่ 863 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อช่วงปลายการซื้อขายที่ลอนดอนในวันพฤหัสบดี (18) ทะยานขึ้นจากราคาเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนที่ 813 ดอลลาร์ต่อออนซ์ <br />
<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม ทองคำซึ่งใช้กันทั้งในวงการอัญมณี,ทันตกรรม และภาคอิเล็กทรอนิกส์ขณะนี้ ยังคงต่ำกว่าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,032.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เพียง 4 วันหลังจากพุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก <br />
<br />
<br />
นอกจากนี้ ทองคำยังสร้างความฮือฮาทั่วโลกอีกครั้งเมื่อช่วงต้นปี หลังจากบริษัทที่ปรึกษาด้านทองคำจีเอฟเอ็มเอสออกมาเปิดเผยว่า ในปี 2007 จีนเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าแอฟริกาใต้ ที่ผูกขาดตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานถึง 100 ปี <br />
<br />
<br />
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17) จีเอฟเอ็มเอส ทำนายว่า เร็ววันนี้ราคาทองคำอาจทะยานขึ้นถึง 950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่น่าจะร้อนแรงถึงขั้นทำลายสถิติสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม <br />
<br />
<br />
"ผมไม่แปลกใจเลย ถ้าเราจะได้เห็นธนาคารอีกซักแห่งหรือ 2 แห่งล้มลงใน 2-3 เดือนข้างหน้า กอปรกับการที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีกเรื่อยๆ เราจะเห็นราคาทองคำดีดกลับขึ้นมาอยู่เหนือ 900 ดอลลาร์หรืออาจจะ 950 ดอลลาร์"ฟิลิป คลาปวิจค์ ประธานบริหารของจีเอฟเอ็มเอสกล่าวในรายงาน "การสำรวจทองคำ" ฉบับล่าสุดของบริษัท <br />
<br />
<br />
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาทองคำได้ร่วงลงต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ความต้องการทองคำลงน้อยลง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจทั่วโลกเติบโตช้า <br />
<br />
<br />
แต่ขณะนี้ราคาทองคำกำลังดีดกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากบรรดานักลงทุนมองว่า ทองคำมีสถานะเป็นเครื่องป้องกันภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งลิ่วในหลายประเทศ <br />
<br />
<br />
ในช่วงการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวันพฤหัสบดี (18) ราคาน้ำมันขยับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะขยับลงมาสู่ระดับ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังจากธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลกประกาศทุ่มเงินก้อนมหึมาอัดฉีดสภาพคล่องในตลาดการ เงิน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มฟื้นตัว ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง <br />
<br />
<br />
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ ดังเช่นน้ำมัน ทองคำ ซึ่งซื้อขายกันด้วยเงินดอลลาร์ มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลที่แข็งกว่าดอลลาร์ ส่งผลให้ดีมานด์ทองคำเพิ่มสูงขึ้น <br />
<br />
<br />
"เราคาดว่าปัจจัยต่างๆ อาทิ ความหวาดผวาในตลาดการเงินทั่วโลก,การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ,การเก็งกำไรค่าเงินดอลล าร์ และความกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ น่าจะดำเนินอยู่ต่อไป อันจะทำให้นักลงทุนมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้น" บรรดานักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์สแคปิตอลเขียนในบทวิจัยสำหรับลูกค้า <br />
<br />
<br />
ราคาทองคำทะยานพรวดพราดสู่สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงต้นปี ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากปัญหาซัปพลายในแอฟริกาใต้ หลังจากต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว เมื่อคนงานเหมืองชุมนุมต่อต้านเงื่อนไขการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ตลอดจนปัญหาไฟดับที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ <br />
<br />
เอเอฟพี - ทองคำในตลาดโลกมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ทองคำมีสถานะเป็นที่หลบภัยอันแสนจะปลอดภัยในเวลาที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ <br />
<br />
<br />
ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดลงต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะระส่ำระส่ายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดการเงินสหรัฐฯ หลังจากเลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจที่เคยยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของวอลล์สตรีท ยื่นเรื่องขอความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลาย ขณะที่เมอริลลินช์ วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ และธนาคารเอชบีโอเอสของอังกฤษถูกเทกโอเวอร์ ตลอดจนการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปล่อยเงินกู้ก้อนโตมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) ที่กำลังซวดเซอย่างหนัก <br />
<br />
<br />
ราคาทองคำทะยานขึ้นถึง 85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันพุธ (17) โดยถือเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวในรอบ 28 ปีที่ผ่านมา <br />
<br />
<br />
"ทองคำมีราคาทะยานขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวในระยะเวลานับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ทองคำเป็นตลาดซื้อขายซึ่งเป็นที่หลบภัยอันแสนจะปลอดภัยยิ่งขึ้นเรื่อยๆ " เจมส์ มัวร์ จากเดอะบูลเลียนดอตคอมกล่าว <br />
<br />
<br />
ราคาทองคำขึ้นมาอยู่ที่ 863 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อช่วงปลายการซื้อขายที่ลอนดอนในวันพฤหัสบดี (18) ทะยานขึ้นจากราคาเมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนที่ 813 ดอลลาร์ต่อออนซ์ <br />
<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม ทองคำซึ่งใช้กันทั้งในวงการอัญมณี,ทันตกรรม และภาคอิเล็กทรอนิกส์ขณะนี้ ยังคงต่ำกว่าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,032.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เพียง 4 วันหลังจากพุ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก <br />
<br />
<br />
นอกจากนี้ ทองคำยังสร้างความฮือฮาทั่วโลกอีกครั้งเมื่อช่วงต้นปี หลังจากบริษัทที่ปรึกษาด้านทองคำจีเอฟเอ็มเอสออกมาเปิดเผยว่า ในปี 2007 จีนเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าแอฟริกาใต้ ที่ผูกขาดตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานถึง 100 ปี <br />
<br />
<br />
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17) จีเอฟเอ็มเอส ทำนายว่า เร็ววันนี้ราคาทองคำอาจทะยานขึ้นถึง 950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่น่าจะร้อนแรงถึงขั้นทำลายสถิติสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม <br />
<br />
<br />
"ผมไม่แปลกใจเลย ถ้าเราจะได้เห็นธนาคารอีกซักแห่งหรือ 2 แห่งล้มลงใน 2-3 เดือนข้างหน้า กอปรกับการที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีกเรื่อยๆ เราจะเห็นราคาทองคำดีดกลับขึ้นมาอยู่เหนือ 900 ดอลลาร์หรืออาจจะ 950 ดอลลาร์"ฟิลิป คลาปวิจค์ ประธานบริหารของจีเอฟเอ็มเอสกล่าวในรายงาน "การสำรวจทองคำ" ฉบับล่าสุดของบริษัท <br />
<br />
<br />
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาทองคำได้ร่วงลงต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ความต้องการทองคำลงน้อยลง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจทั่วโลกเติบโตช้า <br />
<br />
<br />
แต่ขณะนี้ราคาทองคำกำลังดีดกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากบรรดานักลงทุนมองว่า ทองคำมีสถานะเป็นเครื่องป้องกันภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งลิ่วในหลายประเทศ <br />
<br />
<br />
ในช่วงการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวันพฤหัสบดี (18) ราคาน้ำมันขยับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะขยับลงมาสู่ระดับ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังจากธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลกประกาศทุ่มเงินก้อนมหึมาอัดฉีดสภาพคล่องในตลาดการ เงิน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มฟื้นตัว ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง <br />
<br />
<br />
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ ดังเช่นน้ำมัน ทองคำ ซึ่งซื้อขายกันด้วยเงินดอลลาร์ มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลที่แข็งกว่าดอลลาร์ ส่งผลให้ดีมานด์ทองคำเพิ่มสูงขึ้น <br />
<br />
<br />
"เราคาดว่าปัจจัยต่างๆ อาทิ ความหวาดผวาในตลาดการเงินทั่วโลก,การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ,การเก็งกำไรค่าเงินดอลล าร์ และความกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ น่าจะดำเนินอยู่ต่อไป อันจะทำให้นักลงทุนมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้น" บรรดานักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์สแคปิตอลเขียนในบทวิจัยสำหรับลูกค้า <br />
<br />
<br />
ราคาทองคำทะยานพรวดพราดสู่สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงต้นปี ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากปัญหาซัปพลายในแอฟริกาใต้ หลังจากต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว เมื่อคนงานเหมืองชุมนุมต่อต้านเงื่อนไขการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ตลอดจนปัญหาไฟดับที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง]]></content:encoded>
		</item>
	</channel>
</rss>